ญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ของโลก เนื่องจากไม่มีทรัพยากรพลังงานฟอสซิลภายในประเทศเพียงพอต่อ จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าเกือบทั้งหมด โดยกว่า กว่า 85–90% ของน้ำมันดิบส่วนใหญ่ “นำเข้า” จาก ตะวันออกกลาง ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ขณะเดียวกัน ณี่ปุ่นยังนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐและรัสเซียในปี 2024

เมื่อน้ำมันดิบถูกนำเข้ามา จะถูกส่งไปยัง โรงกลั่นน้ำมัน (Oil Refineries) ที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่ง โดยบริษัทพลังงานรายใหญ่ของญี่ปุ่นเป็นผู้ดำเนินการหลัก เช่น • ENEOS Holdings, Inc. (เดิม JXTG) บริษัทน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ครอบคลุมตั้งแต่การนำเข้า กลั่น และจำหน่ายผ่านสถานีบริการน้ำมัน “ENEOS” ทั่วประเทศ • Idemitsu Kosan Co., Ltd. ผู้เล่นรายใหญ่อีกราย มีธุรกิจตั้งแต่น้ำมันเชื้อเพลิง เคมีภัณฑ์ ไปจนถึงพลังงานทดแทน โดยได้เข้าซื้อกิจการ Showa Shell Sekiyu ทำให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักในตลาดน้ำมันทั้งในประเทศและระดับโลก • Cosmo Oil Co., Ltd. มีโรงกลั่นหลักและสถานีบริการจำนวนมาก เป็นที่รู้จักในตลาดค้าปลีกพลังงาน

แม้ญี่ปุ่นจะไม่มีทรัพยากรน้ำมันดิบในประเทศ แต่สามารถสร้างอุตสาหกรรมน้ำมันครบวงจร ตั้งแต่นำเข้า กลั่น ค้าปลีก จนถึงการส่งออกผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เช่น น้ำมันเบนซิน ดีเซล น้ำมันกาด และน้ำมันเตา ไปยัง เกาหลีใต้, ไต้หวัน, จีน, สิงคโปร์ และนอกจากนี้บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ยังเริ่มขยายไปสู่ธุรกิจ พลังงานหมุนเวียน, ไฮโดรเจน, และแบตเตอรี่ เพื่อเตรียมรับมือการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ในอนาคต

หากพูดถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการนำเข้าน้ำมันดิบเกือบทั้งหมด

ต้นทุนการผลิตสูง และกระทบต่ออุตสาหกรรมหลัก การที่พลังงานมีต้นทุนสูง ส่งผลให้บริษัทต่างๆ ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และลดทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าและบริการญี่ปุ่นในตลาดโลก

ความเสี่ยงด้านดุลการค้าและค่าเงิน เมื่อต้นทุนการนำเข้าเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน เช่น ในกรณีความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผลักดันราคาน้ำมันดิบให้พุ่งขึ้นกว่า 25% ตั้งแต่ปลายปี 2024 ดุลการค้าของญี่ปุ่นจึงได้รับผลกระทบโดยตรง อีกทั้งยังสร้างแรงกดดันต่อค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงจากการต้องขายเงินเยนเพื่อแลกดอลลาร์ในการนำเข้า

ผลต่อเงินเฟ้อละกำลังซื้อภายในประเทศ ต้นทุนพลังงานสูงไม่เพียงส่งผลต่อการผลิต แต่ยังทำให้ค่าขนส่งและค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าโดยรวมขยับสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ญี่ปุ่นที่เผชิญภาวะเงินฝืดมานาน ต้องเผชิญความเสี่ยงเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น

การพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบเกือบ 100% ทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นเสี่ยงจากต้นทุนสูง, ค่าเงินผันผวน, ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ปัจจัยเหล่านี้เป็นอุปสรรคที่ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และผลักดันให้ญี่ปุ่นต้องเร่งหาทางเลือกใหม่ๆ เช่น พลังงานหมุนเวียน ไฮโดรเจน และนิวเคลียร์

สิ่งนี้นำไปสู่การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงนโยบาย Green Transformation (GX) เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืน แม้ในระยะสั้นจะต้องเผชิญต้นทุนสูง แต่ถือเป็นเส้นทางสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจในระยะยาว

0 Shares:
You May Also Like