
งานศิลปหัตถกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น แม้จะโด่งดังไปทั่วโลกและเป็นที่ต้องการของแบรนด์หรูระดับโลกอย่าง Louis Vuitton, Chanel, Gucci และ Dior แต่กลับต้องเผชิญกับวิกฤตการขาดแคลนช่างฝีมือรุ่นใหม่ เนื่องจากคนรุ่นใหม่เข้าสู่อาชีพนี้น้อยลง ส่งผลให้จำนวนแรงงานฝีมือดีในอุตสาหกรรมนี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยหวั่นว่าจะหดตัวลงกว่า 40% ในอนาคต
เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจทำให้อาชีพนี้สูญหายไป ผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก และช่างฝีมือรายย่อย จึงร่วมมือกันผลักดัน 2 ยุทธศาสตร์หลัก คือการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในศิลปวัฒนธรรมญี่ปุ่น และการฝึกสอนปรมาจารย์แห่งอนาคต ซึ่งมีแนวโน้มจะเป็นผู้หญิงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือ “นิชิจิน-โอริ” (Nishijin-ori) ศิลปะการทอผ้าด้วยไหมย้อมสีที่ผสมผสานกับแผ่นทองและเงินอันมีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี โดย Hosoo ผู้ผลิตสิ่งทอสไตล์นี้ในเกียวโตตั้งแต่ปี 1688 ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเทคนิคอันประณีต จนเคยร่วมงานกับแบรนด์ดังมากมาย ได้จับมือกับ LVMH Metiers d’Art เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และพัฒนาอุตสาหกรรมผ้าไหมญี่ปุ่น ตอบรับความต้องการของวงการแฟชั่นในการอนุรักษ์งานฝีมือโบราณ
ขณะเดียวกัน Nakagawa Masashichi Shoten ผู้ค้าปลีกเครื่องใช้ในบ้านที่เน้นงานหัตถกรรมกว่า 60 สาขาทั่วประเทศ ก็ชี้ว่าตลาดต่างประเทศจะเป็นความหวังใหม่ เนื่องจากตลาดภายในประเทศคาดว่าจะยิ่งหดตัวลงตามจำนวนประชากรที่ลดฮวบเหลือต่ำกว่า 100 ล้านคนภายในปี 2050 ทำให้การตอบโจทย์ลูกค้าต่างชาติเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนสำหรับอุตสาหกรรมนี้
References :