
ท่ามกลางวิกฤตการณ์ขาดทายาทสืบทอดกิจการที่กำลังคุกคามธุรกิจญี่ปุ่น โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แรงงานต่างชาติกำลังกลายเป็นความหวังใหม่ในการสืบสานอนาคตของภาคธุรกิจญี่ปุ่น
กรณีที่สะท้อนปรากฏการณ์นี้ได้ชัดเจนคือโรงงานผลิตชิ้นส่วนป้อน Kubota ในโอซากา ที่เกือบต้องปิดตัวลงเนื่องจากเจ้าของวัย 68 ปีไม่มีทายาทรับช่วงต่อ แต่สถานการณ์พลิกผันเมื่อผู้จัดการโรงงานชาวเวียดนามที่ทำงานร่วมกันมา 11 ปี ตัดสินใจยกเลิกแผนกลับบ้านเกิดและรับช่วงกิจการแทน
“ผมเคยตั้งใจว่าจะกลับเวียดนามและเริ่มธุรกิจของตัวเอง แต่เมื่อได้เห็นคุณค่าและมรดกทางธุรกิจที่เจ้าของได้สร้างมา ผมตัดสินใจที่จะสืบสานต่อ” ผู้จัดการชาวเวียดนามกล่าว
ปัญหาการไม่มีทายาทมีความรุนแรงมากขึ้นในประเทศที่กำลังเผชิญกับสังคมผู้สูงอายุ จากการสำรวจของ Teikoku Databank พบว่า 52% ของธุรกิจในญี่ปุ่นไม่มีผู้สืบทอดกิจการหรือยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะให้ใครรับช่วงต่อ สถานการณ์นี้สวนทางกับจำนวนแรงงานต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำสถิติสูงสุดที่ 2.3 ล้านคนเมื่อสิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แม้ว่าค่าเงินเยนที่อ่อนค่าจะส่งผลให้ญี่ปุ่นมีความน่าดึงดูดในการจ้างงานลดลงก็ตาม
สถาบันวิจัยแห่งญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า ชาวต่างชาติอาจมีสัดส่วนมากกว่า 10% ของประชากรญี่ปุ่นภายในทศวรรษ 2040 และอาจสูงถึง 20-30% ในมหานครอย่างโตเกียวและโอซากา สอดคล้องกับการคาดการณ์ขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) ที่ระบุว่าภายในปี 2040 ประเทศจะต้องการแรงงานต่างชาติถึง 6.88 ล้านคน ซึ่งมากกว่าจำนวนปัจจุบันเกือบสามเท่า
ปรากฏการณ์นี้กำลังปูทางสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมและเศรษฐกิจครั้งสำคัญของญี่ปุ่น ที่ไม่เพียงแต่จะพึ่งพาแรงงานต่างชาติเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานเท่านั้น แต่ยังมอบบทบาทสำคัญในการดำรงอยู่ของภาคธุรกิจที่เป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจญี่ปุ่น
References :