KDDI และ NEC ประกาศยุทธศาสตร์เชิงรุกในปี 2025 โดยจับมือสร้างธุรกิจไซเบอร์ซิเคียวริตี้ระดับโลก มุ่งท้าชิงผู้นำตลาดอย่าง NTT และขยายอิทธิพลสู่ตลาดต่างประเทศ โดยวางแผนจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคงที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ความเสี่ยงไซเบอร์และพัฒนาระบบป้องกันเชิงรุก

การร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทโลกที่ซับซ้อน โดยได้รับแรงขับจากความตึงเครียงทางภูมิรัฐศาสตร์ การเติบโตของ Generative AI และความจำเป็นในการปกป้องข้อมูลบนคลาวด์ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายใหม่ในโลกดิจิทัลที่ไร้พรมแดน

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทั่วโลกต่างเร่งขยายอิทธิพลในตลาดไซเบอร์ซิเคียวริตี้ กูเกิลได้ซื้อ Wiz ด้วยมูลค่า 32 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ซิสโก้เข้าซื้อ Splunk มูลค่า 28 พันล้านดอลลาร์ การแข่งขันในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังเป็นเรื่องของอำนาจและความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์

ร่างกฎหมายใหม่ของญี่ปุ่นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันไซเบอร์เชิงรุก โดยให้อำนาจหน่วยงานรัฐสามารถเข้าถึงและยับยั้งแหล่งที่มาของการโจมตีได้โดยตรง เป้าหมายหลักคือปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ อาทิ ระบบไฟฟ้า ประปา คมนาคม และการเงิน ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามทางไซเบอร์

นักวิเคราะห์มองว่าการร่วมมือของ KDDI และ NEC จะช่วยยกระดับความสามารถด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ของญี่ปุ่นให้ก้าวสู่มาตรฐานโลก โดยการผนึกกำลังในครั้งนี้จะช่วยสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งและปลอดภัยในโลกดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


References :

Nikkei Asia

0 Shares:
You May Also Like