
อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจดูห่างไกลจากเทคโนโลยีดิจิทัล แต่ในยุคที่การพลิกโฉมองค์กรด้วยเทคโนโลยี (DX) กำลังเร่งตัว เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง AI, IoT และบล็อกเชน ก็ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการสาเกญี่ปุ่นแล้ว
การประยุกต์ใช้ DX ในธุรกิจสาเกแบ่งเป็นสองรูปแบบหลัก คือเพื่อลดภาระงานในการผลิตและการจำหน่าย และเพื่อยกระดับคุณค่าสินค้าและเพิ่มมูลค่า
ตัวอย่างแรกคือ AI ‘KAORIUM’ ที่ทำหน้าที่เป็น ‘AI โซมเมอลิเยร์สาเก’ ช่วยแปลความหมายของกลิ่นสาเกที่ซับซ้อนให้เป็นคำพูด และนำเสนอสาเกที่ตรงกับความรู้สึกของผู้บริโภค เช่น อยากผ่อนคลายหรือตื่นเต้น การนำ AI นี้ไปใช้ในร้านค้าช่วยเพิ่มอัตราการซื้อสาเกได้อย่างมีนัยสำคัญ นับเป็นการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ถัดมาคือ IoT ‘NOMASSE’ ตู้กดสาเกอัจฉริยะที่บันทึกข้อมูลการดื่มของผู้ใช้ ทั้งชนิด ปริมาณ และเวลา ทำให้สามารถแนะนำสาเกที่ตรงใจได้ รวมถึงส่งข้อมูลความชอบตามกลุ่มลูกค้ากลับไปยังโรงผลิต เพื่อช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มความพึงพอใจทั้งผู้ดื่มและผู้ผลิต
สำหรับบล็อกเชน ‘SHIMENAWA’ ใช้เทคโนโลยีนี้ในการพิสูจน์แหล่งที่มาของสาเก ป้องกันของปลอม และสามารถติดตามสถานที่และเวลาที่เปิดขวด ซึ่งช่วยให้ทราบถึงพื้นที่การบริโภคที่แท้จริงของสินค้า นอกจากนี้ ‘Sake World NFT’ ยังทำให้สาเกกลายเป็นสินทรัพย์ และเปิดโอกาสให้ซื้อขายสาเกบ่มเก่าระหว่างบุคคลได้ แม้การประยุกต์ใช้ดิจิทัลในอุตสาหกรรมสาเกยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็เป็นความหวังสำคัญสำหรับโรงผลิตที่ขาดแคลนแรงงาน ในอนาคต เราอาจได้เห็น ‘AI โทจิ’ หรือ AI ที่สามารถควบคุมกระบวนการผลิตสาเกทั้งหมดก็เป็นได้
References :