
Honda Motor กำลังปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มผลกำไรและความมั่นคง โดยหันมาให้ความสำคัญกับรถยนต์ Hybrid มากขึ้น หลังจากลดแผนการลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากเดิม 10 ล้านล้านเยน เหลือ 7 ล้านล้านเยน ประธาน Toshihiro Mibe กล่าวว่า Hybrid จะมีบทบาทสำคัญในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ EV พร้อมตั้งเป้ากลับมาทำกำไรจาก Hybrid อีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ Mibe ตั้งเป้าจะยกเลิกการใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน และเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิงทั้งหมดภายในปี 2040 แต่ได้ปรับลดเป้าหมายการผลิต EV ในปีงบประมาณ 2030 ลงจาก 2 ล้านคัน เหลือ 700,000-750,000 คัน ยอดขาย EV ของ Honda ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า แต่กลับมีต้นทุนสูง เนื่องจากต้องให้ส่วนลดกว่า 1 ล้านเยนต่อคันเพื่อกระตุ้นยอดขายในสหรัฐฯ ส่งผลให้กำไรจาก EV ลดลง 6 แสนล้านเยน
นักลงทุนยังไม่พอใจกับผลกำไรที่ต่ำของธุรกิจรถยนต์สี่ล้อของ Honda โดยมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานเพียง 1.7% ในขณะที่ธุรกิจรถจักรยานยนต์มีอัตรากำไรสูงถึง 18.3% รถยนต์ไฟฟ้าเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งกำไร แม้ว่า Hybrid จะมีกำไรที่ดีพอที่จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรให้กับธุรกิจรถยนต์ได้มาก
Honda ยังคงตั้งเป้าที่จะมีอัตรากำไร 5% สำหรับ EV ในปีงบประมาณ 2031 แต่การลดการผลิตจะทำให้การประหยัดจากขนาด (economies of scale) ทำได้ยากขึ้น และทำให้เป้าหมายดังกล่าวท้าทายยิ่งขึ้น ตลาดจึงยังไม่มั่นใจว่าบริษัทจะสามารถทำกำไรจากธุรกิจรถยนต์ได้ทั้งหมด
Mibe กล่าวว่า Honda จะลดต้นทุนและปรับปรุงประสิทธิภาพของ EV หลังปี 2030 เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ในขณะเดียวกัน Honda จะมุ่งเน้นไปที่การขาย Hybrid เพื่อเพิ่มผลกำไร และแสดงให้เห็นว่าสามารถทำกำไรจาก EV ได้ แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลาและเงินทุน Honda อาจต้องหาพันธมิตรใหม่เพื่อร่วมมือกัน รวมถึง Nissan Motor ซึ่งเคยมีการเจรจาควบรวมกิจการแต่ไม่สำเร็จ
References :