ตลาดไลฟ์คอมเมิร์ซในญี่ปุ่นโตต่อเนื่อง ยูนิโคล่และNiitori กระโดดร่วมวง หวังสร้างยอดขายและสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง

ไลฟ์คอมเมิร์ซ คือการผสมผสานระหว่างไลฟ์สตรีมมิ่งและการขายสินค้าออนไลน์ (อีคอมเมิร์ซ) โดยใช้การถ่ายทอดสดวิดีโอเพื่อแนะนำสินค้า บริการ และสื่อสารกับผู้ชมเพื่อกระตุ้นการซื้อ ตลาดนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในญี่ปุ่น โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการเข้าถึงวิดีโอคุณภาพสูงที่ง่ายขึ้นด้วย 5G และความคุ้นเคยกับการซื้อของออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดีย

บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างยูนิโคล่ เริ่มทำ “UNIQLO LIVE STATION” ในปี 2020 ให้พนักงานมาแนะนำสินค้าและตอบคำถามลูกค้าแบบเรียลไทม์ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก ด้านนิitori ก็ใช้ “นิitori LIVE” เพื่อแนะนำสินค้าตามฤดูกาล แจกคูปอง และทำแบบสำรวจ ทำให้ยอดขายอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้น

ข้อดีของไลฟ์คอมเมิร์ซคือการสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง สร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ และแก้ปัญหาที่ลูกค้าไม่สามารถลองสินค้าได้จริงก่อนซื้อ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ โดยเฉพาะผู้หญิงวัย 35 ปีขึ้นไป ที่ต้องการข้อมูลที่เชื่อถือได้และตัดสินใจซื้อได้รวดเร็ว

บริษัท Cellest ผู้ให้บริการไลฟ์คอมเมิร์ซ เผยว่า ช่องทางไลฟ์สดของบริษัทมีอัตราการเปลี่ยนผู้ชมเป็นลูกค้าสูงถึง 16% ซึ่งสูงกว่าอีคอมเมิร์ซทั่วไปหลายเท่า กลยุทธ์สำคัญคือการสร้างความสมดุลระหว่างความบันเทิงและการขาย ทำให้ผู้ชมรู้สึกสนุกและอยากซื้อสินค้า

แม้ตลาดไลฟ์คอมเมิร์ซจะเติบโต แต่ก็มีความท้าทาย เช่น การขาดแคลนบุคลากรที่มีประสบการณ์ และการเปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์มอยู่เสมอ Cellest จึงเปิดตัวแอปพลิเคชัน “WABE” เพื่อเป็นแพลตฟอร์มเฉพาะสำหรับไลฟ์คอมเมิร์ซ หวังสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งในญี่ปุ่น

ด้วยการเปิดตัว TikTok Shop ในญี่ปุ่น และการเติบโตของตลาดอย่างต่อเนื่อง ปี 2025 อาจเป็น “ปีแห่งไลฟ์คอมเมิร์ซ” อย่างแท้จริง การใช้ช่องทางนี้อย่างมีกลยุทธ์จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน


References :

IT Media

0 Shares:
You May Also Like