
ผลิตภัณฑ์หอยเชลล์จากญี่ปุ่นกำลังเป็นที่ต้องการอย่างสูงในตลาดโลก แม้จะเผชิญกับคำสั่งห้ามนำเข้าจากจีนที่เคยเป็นตลาดใหญ่ การส่งออกเดือนมกราคม 2025 เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ราคาขายส่งในตลาด Toyosu ของโตเกียวทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วนี้สร้างความประหลาดใจให้กับชาวประมงในฮอกไกโด ซึ่งเป็นแหล่งผลิตหอยเชลล์หลักของประเทศ หลังจากที่จีนประกาศห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์ทะเลจากญี่ปุ่นในเดือนสิงหาคม 2023 เนื่องจากการปล่อยน้ำบำบัดจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะลงสู่มหาสมุทร
ทั้งที่เคยสูญเสียตลาดจีนซึ่งเคยมีสัดส่วนถึง 40% ของการส่งออกในปี 2023 แต่ยอดส่งออกรวมในปี 2024 กลับเพิ่มขึ้น 0.9% เป็น 69.5 พันล้านเยน (470 ล้านดอลลาร์) ตามข้อมูลของกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง โดยในเดือนมกราคม 2025 ยอดส่งออกพุ่งสูงถึง 5.8 พันล้านเยน
สหรัฐอเมริกากลายเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งแทนที่จีน ด้วยยอดสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นกว่าสี่เท่า ขณะที่ไทยและเวียดนามซึ่งมีโรงงานแปรรูปหอยเชลล์ก็เพิ่มการนำเข้าอย่างมีนัยสำคัญ
องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่นระบุว่า หอยเชลล์เป็นวัตถุดิบที่มีความหลากหลายสูง ปราศจากกลิ่นคาวแรงและข้อจำกัดทางศาสนา ทำให้ได้รับความนิยมทั่วโลก การตลาดที่ปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมอาหารที่หลากหลาย เช่น ทาโก้เม็กซิกันและเมนูอาหารตะวันตกประสบความสำเร็จอย่างดี
ผู้แทนจาก Tohto Suisan เปิดเผยว่า ราคาหอยเชลล์ Tamarei ที่ตลาด Toyosu ปัจจุบันอยู่ที่ 5,400 เยนต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน และคาดว่าจะยังคงสูงต่อเนื่องเนื่องจากอุณหภูมิน้ำที่สูงผิดปกติในช่วงที่ผ่านมาอาจส่งผลต่อการผลิตในปี 2025
ฟาร์มประมงในฮอกไกโดเองก็ปรับตัวด้วยการใช้เครื่องปอกเปลือกอัตโนมัติมากขึ้น พร้อมยืนยันว่าแม้จีนจะยกเลิกคำสั่งห้ามในอนาคต พวกเขาจะไม่พึ่งพาตลาดจีนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
References :