
แนวโน้มปี 2025–2026 ของค่ายรถญี่ปุ่น และบทบาทในตลาดไทย Toyota Motor Corporation โตโยต้ายังครองตำแหน่งผู้นำตลาดโลก ปี 2025 จะเน้นขยายรถ Hybrid และ Plug-in Hybrid เพื่อตอบสนองความต้องการในสหรัฐฯ และยุโรป พร้อมเร่งลงทุนแพลตฟอร์ม EV e-TNGA เพื่อชิงส่วนแบ่งในจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปี 2026 คาดว่าโตโยต้าจะเปิดตัว EV mass-market ในหลายประเทศเพื่อลดแรงกดดันด้านการค้าระหว่างประเทศ พร้อมเพิ่มไลน์อัป EV จาก 5 รุ่นเป็น 15 รุ่นภายใน 2 ปี และตั้งเป้าผลิต EV ให้ได้ 1 ล้านคัน/ปี ภายในปี 2027
Honda Motor Co., Ltd. ฮอนด้ายังคงใช้ Hybrid เป็นหัวหอกหลักในการเปลี่ยนผ่าน โดยจะเร่งขยายไลน์อัป Hybrid ต่อเนื่องจนถึงปี 2027 ก่อนเปิดตัว Hybrid เจเนอเรชันใหม่ พร้อมขยับเข้าสู่ EV เต็มรูปแบบหลังจากนั้น เป้าหมายใหญ่คือการผลักดันยอดขายรวมให้แตะมากกว่า 3.6 ล้านคันในปี 2030 โดยตั้งเป้ายอดขาย Hybrid ไว้ถึง 2.2 ล้านคัน
Nissan Motor Co., Ltd. นิสสันวางแผนเปิดตัว Plug-in Hybrid รุ่นใหม่ในปีงบประมาณ 2025–2026 พร้อมอัปเดตไลน์มินิแวนทั้งรุ่นยอดนิยมและรุ่นใหญ่ ควบคู่ไปกับการเสริมทัพรถยนต์ไฟฟ้า ทั้ง LEAF รุ่นใหม่ รถ Compact EV และ NEV สำหรับตลาดจีน ซึ่งเป็นหัวหอกสำคัญในกลยุทธ์ฟื้นฟูแบรนด์
Suzuki Motor Corporation ซูซูกิเตรียมยุติการผลิตรถยนต์ในไทยปลายปี 2025 และหันไปพึ่งฐานการผลิตจากอาเซียนแทน รุ่นที่น่าจับตาในปี 2025–2026 ได้แก่ All New Suzuki Fronx, Suzuki V-Strom 1050DE รุ่นใหม่พร้อมชุดแต่ง และ Suzuki Swift Sport โฉมใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2026
Mazda Motor Corporation มาสด้าลงทุนในไทยมากกว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อสร้างฐานผลิต B-SUV Mild Hybrid กำลังการผลิตกว่า 100,000 คันต่อปี สำหรับส่งออกไปยังญี่ปุ่น อาเซียน และตลาดโลก การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความตั้งใจใช้ไทยเป็นฐานสำคัญในเครือข่ายการผลิตระดับโลก
Subaru Corporation ซูบารุเร่งผลักดัน EV Solterra และ Hybrid รุ่นใหม่ เพื่อตอบสนองข้อกำหนดสิ่งแวดล้อมในสหรัฐฯ พร้อมขยายความร่วมมือกับโตโยต้าเพื่อเพิ่มไลน์อัป EV ปี 2026 จะเห็นการเปิดตัวรถสันดาปและ Hybrid รุ่นใหม่อย่าง Outback และ Forester ที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
Mitsubishi Motors Corporation มิตซูบิชิใช้จุดแข็งด้าน SUV และ PHEV โดยเฉพาะ Outlander ในการรุกตลาดฟิลิปปินส์ ไทย และอินโดนีเซีย ปี 2025 จะเป็นช่วง consolidation ของ PHEV ขณะที่ปี 2026 จะเดินหน้า EV ขนาดเล็กสำหรับตลาดเกิดใหม่ โดยใช้ประโยชน์จากพันธมิตร Renault–Nissan–Mitsubishi Alliance เพื่อเพิ่มความเร็วในการแข่งขัน EV
โดยแนวโน้มตลาดรถญี่ปุ่นในประเทศไทย 2025–2026 • รถญี่ปุ่นยังครองส่วนแบ่งตลาดไทยมากกว่า 80% • Hybrid และ PHEV จะเป็น “สะพานเชื่อม” สำคัญ ให้ผู้บริโภคเปลี่ยนจากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ EV • รัฐบาลไทยยังเดินหน้า นโยบายสนับสนุน EV ผ่านภาษีและเงินอุดหนุน → กดดันให้ค่ายญี่ปุ่นต้องเร่งออก EV ราคาที่แข่งขันได้กับจีน • การรุกของ EV จีน (BYD, MG, Neta ฯลฯ) จะเป็นปัจจัยเร่งให้ญี่ปุ่นต้องปรับตัวเร็วขึ้น โดยเฉพาะใน segment ราคากลาง–ล่าง
รถญี่ปุ่นยังมีฐานที่มั่นในไทย แต่ปี 2025–2026 จะเป็น “บทพิสูจน์สำคัญ” ว่าพวกเขาจะสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดได้ท่ามกลางแรงกดดันจาก EV จีนที่ราคาถูกและ EV ค่ายยุโรปได้มากน้อยเพียงใด