
Japan Productivity Center เปิดเผยข้อมูลน่ากังวลว่า อุตสาหกรรมไอทีของญี่ปุ่นมีผลิตภาพแรงงาน (Labor Productivity) ลดลงมากที่สุดในกลุ่มประเทศ G7 โดยลดลงถึง 13% ในช่วงปี 2019–2023 สวนทางกับสหรัฐอเมริกาที่เติบโต 27% และสหราชอาณาจักรที่เติบโต 9% สาเหตุหลักมาจากการที่จำนวนพนักงานในภาคไอทีของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นถึง 20% (รวม 2.35 ล้านคน) หลังการระบาดของโควิด-19 เพื่อรองรับการลงทุนด้านดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น แต่กลับสร้างมูลค่าเพิ่ม (Added Value) ได้เพียง 5% เท่านั้น
ปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งผลิตภาพคือ โมเดลธุรกิจแบบดั้งเดิมที่บริษัทไอทีญี่ปุ่น เช่น Fujitsu และ NEC เน้นการพัฒนาระบบตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย (Customized) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้แรงงานเข้มข้นและต้องส่งวิศวกรไปประจำที่บริษัทลูกค้า ต่างจากในสหรัฐฯ และยุโรปที่องค์กรต่างๆ หันมาใช้บริการคลาวด์ที่เป็นมาตรฐานและพัฒนาต่อยอดโดยทีมวิศวกรภายในองค์กร ทำให้บริษัทไอทีสามารถมุ่งเน้นการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ ญี่ปุ่นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติมากขึ้น ส่งผลให้เกิด “การขาดดุลดิจิทัล” ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 6.7 ล้านล้านเยน แซงหน้าการขาดดุลการค้าของประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าบริษัทญี่ปุ่นอย่าง NTT Data จะเริ่มนำ Generative AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่โจทย์ใหญ่คือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
References :