
หากเคยใช้บริการรถไฟในญี่ปุ่น คงจะคุ้นเคยกับเสียงดนตรีประกอบ (BGM) และเสียงเมโลดี้ก่อนรถไฟออกจากชานชาลา (発車メロディー) ซึ่งเสียงเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจ
โดยเฉพาะในเมืองเซนได จังหวัดมิยางิ จุดเริ่มต้นของเสียงเพลงในสถานีรถไฟเซนไดต้องย้อนกลับไปในปี 1978 เมื่อเพลง “อาโอบะโจ โค่ยอุตะ” (Aobajo Koiuta) ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเมืองเซนไดโด่งดังไปทั่วประเทศ ชาวเมืองจึงเรียกร้องให้นำเพลงนี้มาเปิดในสถานีรถไฟ แม้ในยุคนั้นการรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่น (JNR) จะมีกฎที่เข้มงวดเรื่องความเป็นกลางและไม่สนับสนุนศิลปินรายใดเป็นพิเศษ แต่ด้วยความพยายามของนายสถานีในขณะนั้นที่ต้องการตอบสนองความรู้สึกของคนในท้องถิ่น ในที่สุดเพลงนี้ก็ได้กลายเป็นเสียงต้อนรับผู้มาเยือนและผู้ที่เดินทางกลับบ้าน อีก 10 ปีต่อมา
แนวคิดนี้ได้วิวัฒนาการไปสู่ “เมโลดี้ก่อนรถไฟออก” เพื่อใช้แทนเสียงกริ่งที่ดังและอาจรบกวนชุมชนใกล้เคียง ซึ่งนับว่าเซนไดเป็นผู้ริเริ่มการใช้เมโลดี้ลักษณะนี้ตั้งแต่ปี 1988 ก่อนที่สถานีดังในโตเกียวอย่างชิบูย่าและชินจูกุจะเริ่มใช้ในปี 1989 เสียอีก ปัจจุบัน เสียงเพลงเหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและเป็นอัตลักษณ์ของเมืองเซนได ในขณะที่บางพื้นที่ในโตเกียวกำลังมีแนวโน้มยกเลิกการใช้เมโลดี้ดังกล่าว แต่สำหรับเซนไดซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “นครแห่งดนตรี” (楽都) เสียงเพลงในสถานีจะยังคงทำหน้าที่เป็นทั้งเสียงต้อนรับและส่งออกเดินทางที่ฝังลึกอยู่ในความทรงจำของผู้คนต่อไป
References :